เหมือนเช่นเดิม ธนาคารมีหน่วยงานที่เรียกว่า วาณิชธนกิจ (Investment Banking) ทำหน้าที่ หาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น การรับจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน หรือจองซื้อหุ้นที่ขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก หรือที่เรียกว่า IPO (Initial Public Offering) แก่บริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยธนาคารได้รายได้จากค่าธรรมเนียมในการจัดการ นอกจากนี้ ธนาคารยังอาจแยกกิจการเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น ออกเป็นบริษัทหลักทรัพย์ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย เป็นต้น
หุ้นสามัญ หมายถึง หุ้นที่แสดงความเป็นเจ้าของบริษัท ผู้ถือหุ้นมีฐานะเป็นเจ้าของกิจการ มีหน้าที่ดูแลกิจการ เข้าร่วมประชุม กำหนดทิศทางการบริหารงาน รับเงินปันผลจากกำไรของบริษัท มีสินทรัพย์คือใบหุ้น รวมถึงส่วนล้ำมูลค่าหุ้นหากบริษัทมีกำไรสะสม หุ้นสามัญที่เป็นหุ้นพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่
1.กลุ่มพลังงาน เช่น ปตท (PTT) ปตท.สำรวจและผลิต (PTTEP) โรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ (TOP) บริษัทถ่านหินบ้านปู (BANPU)
2.กลุ่มธนาคาร เช่น ธ.กรุงเทพ (BBL) ธ.ไทยพาณิชย์ (SCB) ธ.กสิกรไทย (KBANK) ธ.ธนชาต (TCAP)
3.กลุ่มเกษตรและอาหาร เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPF) น้ำมันพืชไทย (TVO) น้ำตาลขอนแก่น (KSL)
อุตสาหกรรมหลักในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น ดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีหุ้นสามัญจดทะเบียนอยู่มากกว่า 450 บริษัท จะเป็นตัวสะท้อนเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดีเกือบทุกภาคส่วน หุ้นสามัญจึงมีความสำคัญอย่างมาก ไม่เพียงแสดงฐานะที่เป็นทรัพย์สินของผู้ถือหุ้น แต่ยังเป็นเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจของแต่ละประเทศได้เป็นอย่างดี
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น