Custom Search

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การฝากเงิน

ธนาคารเปิดบริการรับฝากเงินแก่บุคคลทั่วไป การรับฝากเงินมีหลายประเภทตามลักษณะ และวัตถุประสงค์ของผู้ฝาก ได้แก่

1.ฝากออมทรัพย์ หมายถึง การฝากเงินโดยไม่กำหนดระยะเวลาการฝาก หรือถอนเงิน อัตราดอกเบี้ยจึงจ่ายให้ผู้ฝากต่ำสุด (ปัจจุบันอยู่ที่ 0.25%) เพราะธนาคารต้องเตรียมเงินไว้เผื่อผู้ฝากต้องการถอนเงินตลอดเวลา และผู้ฝากต้องเสียภาษีดอกเบี้ย 15% (ถ้าได้ดอกเบี้ยมากกว่า 20,000 บาทต่อปี)

2.ฝากประจำ หมายถึง การฝากเงินโดยกำหนดระยะเวลาชัดเจนแน่นอน ครบกำหนดแล้ว ผู้ฝากจึงจะมาถอนเงินคืน และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้เมื่อครบกำหนด อัตราดอกเบี้ยจะมากกว่าฝากออมทรัพย์ เช่น ฝาก 6 เดือน ดอกเบี้ย 1% , ฝาก 12 เดือน ดอกเบี้ย 1.25% , ฝาก 24 เดือน ดอกเบี้ย 1.75% , ฝาก 36 เดือน ดอกเบี้ย 2.00% เพราะธนาคารนำเงินไปลงทุน หรือปล่อยสินเชื่อได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าผู้ฝากจะมาถอนเงินก่อนกำหนด และเช่นกันผู้ฝากต้องเสียภาษีดอกเบี้ย 15% (ถ้าได้ดอกเบี้ยมากกว่า 20,000 บาทต่อปี) ถ้าผู้ฝากผิดข้อตกลงคือ เลิกฝากหรือถอนเงินก่อนครบกำหนด ก็จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ตกลง และดอกเบี้ยอาจลดลงเหลือเท่ากับฝากออมทรัพย์แทน

3.ฝากเงินปลอดภาษี หมายถึง มีข้อตกลงกับผู้ฝากว่า ดอกเบี้ยทั้งหมดที่ผู้ฝากได้รับ จะได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งธนาคารได้ดำเนินการขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ส่วนมากเงินฝากปลอดภาษีมักจะต้องฝากเป็นประจำทุกเดือนในอัตราที่เท่ากัน เช่น ฝากเดือนละ 1,000 บาท จำนวน 36 เดือนติดต่อกัน อัตราดอกเบี้ย 3% ถ้าผู้ฝากผิดข้อตกลงคือ เลิกฝากหรือถอนเงินก่อนครบกำหนด ก็จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษนี้
และดอกเบี้ยอาจลดลงเหลือเท่ากับฝากออมทรัพย์แทน

4.เงินฝากอื่น ๆ ตามที่ธนาคารได้กำหนดขึ้นใหม่ตามช่วงเวลา เช่น เงินฝากแบบผสมยืดหยุ่น

เพิ่มเติม ผู้ฝากมีสิทธินำรายได้ดอกเบี้ยไปคำนวณรวมกับการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อวางแผนภาษีว่าจะยื่นแบบใด คือ ให้หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือนำไปรวมเพื่อได้รับคืนภาษีดอกเบี้ยได้ วิธีนี้ต้องพิจารณาเป็นกรณีรายบุคคลเท่านั้น

ปัจจุบัน ธนาคารหนึ่ง ๆ จะรับผิดชอบเงินของผู้ฝากจำนวนไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อคน ตามกฎหมายประกันเงินฝากซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้านี้ ผู้ฝากจึงต้องตระหนักถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ธนาคารนำเงินฝากไปทำธุรกรรมต่อ เช่น นำไปฝากกับธนาคารแห่งประเทศไทย นำไปเก็บไว้เป็นทุนสำรอง นำไปปล่อยสินเชื่อให้กับบุคคลทั่วไป นำไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล เป็นต้น โดยธนาคารได้ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนซึ่งหลาย ๆ ธุรกรรม บุคคลธรรมดาไม่สามารถทำได้ มีเพียงกิจการธนาคารเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะกิจการธนาคารเป็นกิจการที่ถูกควบคุมโดยธนาคารแห่ง
ประเทศไทย ใครที่ดำเนินธุรกิจคล้ายกับธนาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทั้งสิ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น